• สสว. จัดประชุมหาข้อสรุปผลักดันนโยบาย ส่งเสริม SME อาเซียนเข้าสู่ระบบ ต่อเวทีประชุมสุดยอดอาเซียน

     

         สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เป็นเจ้าภาพจัดงานการประชุม Policy Dialogue on Formalization of Micro Enterprises ซึ่งจัดขึ้นร่วมกับองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (Organization for Economic Co-Operation and Development – OECD)  จัดประชุมเพื่อเรียนรู้แลกเปลี่ยนแนวนโยบายเพื่อส่งเสริมการเข้าสู่ระบบของผู้ประกอบการรายย่อยในอาเซียน (Policy Dialogue Formalization of Micro Enterprises)

       ซึ่งผู้เข้าร่วมประชุมประกอบด้วย ผู้แทนหน่วยงานส่งเสริม SMEs ใน 10 ประเทศอาเซียน สำนักเลขาธิการอาเซียน หน่วยงานในประเทศที่เกี่ยวข้อง ผู้เชี่ยววชาญจากประเทศต่างๆ ทั้ง OECD อินเดีย สิงคโปร์ และนิวซีแลนด์ซึ่งเป็นหนึ่งในประเทศที่มีระบบการสำรวจและระบบส่งเสริมผู้ประกอบการที่ดีที่สุดในโลกเข้าร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านการสร้างแรงจูงใจและการกำหนดกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง 

     นายสุวรรณชัย โลหะวัฒนกุล ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม กล่าวว่า ข้อมูลและผลสรุปจากการประชุมจะใช้ประกอบการจัดทำ Policy Guideline on Digitalization of ASEAN Enterprises เพื่อเสนอแนะนโยบายในการส่งเสริมผู้ประกอบการเข้าสู่ระบบและการใช้ดิจิทัลสำหรับผู้ประกอบการรายย่อยในอาเซียน ซึ่งนำเสนอต่อที่ประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Minister Meeting: AEM) เพื่อให้การรับรองในเดือนกันยายน 2562 และเสนอผู้นำอาเซียนรับทราบในช่วงการประชุมสุดยอดอาเซียน (ASEAN Summit) ครั้งที่ 35 เดือนพฤศจิกายน 2562 

         “หากสามารถดำเนินนโยบายร่วมกันได้จะช่วยให้ภาครัฐสามารถพัฒนาศักยภาพสร้างโอกาสในการเข้าถึงบริการภาครัฐต่างๆ เช่น การส่งเสริมการเข้าถึงแหล่งเงินทุน การส่งเสริมความเป็นผู้ประกอบการ การส่งเสริมการเข้าถึงตลาดและเข้าสู่ตลาดสากล นอกจากจะช่วยให้ผู้ประกอบการปรับตัว เติบโตได้ภายใต้บริบทการแข่งขันทางธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วในยุคดิจิทัล ยังเป็นพลังขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจที่สำคัญอย่างมีนัยยะสำคัญให้แก่ประเทศอาเซียนอีกด้วย” นายสุวรรณชัย กล่าว 

        ปัจจุบัน กลุ่มประเทศอาเซียนมีจำนวนกิจการวิสาหกิจขนาดกลาง ขนาดย่อม และรายย่อย (SMEs) ในอาเซียนมากกว่า 88% ของจำนวนธุรกิจทั้งหมด ขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจอาเซียนมากกว่าร้อยละ 30-53 ของ GDP ในแต่ละประเทศ สร้างการจ้างงานถึงร้อยละ 51 – 97  อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวยังไม่นับรวม SMEs ที่อยู่นอกระบบซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้ประกอบการรายย่อย ซึ่งอาเซียนเกือบทุกประเทศต้องการแก้ไขปัญหาและใช้ความพยายามอย่างมากด้วยการเร่งพัฒนาระบบนิเวศหรือสภาพแวดล้อมให้เอื้อต่อการดำเนินธุรกิจ  การจัดหน่วยงานให้บริการความช่วยเหลือที่ครบถ้วน การมีสิทธิประโยชน์ที่เหมาะสม กฎหมายและกฎระเบียบที่ไม่เป็นอุปสรรคต่อการประกอบธุรกิจ เพื่อให้ SMEs เข้าสู่ระบบ 

         ทั้งนี้ การประชุมจัดขึ้น ณ โรงแรมโซฟิเทล สุขุมวิท กรุงเทพ ในวันอังคารที่ 25 มิถุนายน 2562  โดยแบ่งออกเป็น 4 ช่วง

         ช่วงเช้าประกอบด้วย ช่วงที่ 1 การเรียนรู้คุณลักษณะร่วมของ SMEs นอกระบบในภาพกว้างเพื่อเป็นข้อมูลกำหนดนโยบาย  และช่วงที่ 2 เรียนรู้แนวนโยบายและโครงการต่างๆ ที่ประสบความสำเร็จ (Best Practices) ของแต่ละประเทศ ใน 3 ประเด็น คือ (1) สิ่งจูงใจ (incentive) ให้ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ (2) การใช้ดิจิทัลเพื่อส่งเสริมการเข้าสู่ระบบ (Digitalization) 

         สำหรับประเด็นที่ (3) กฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง (Law Enforcement) ที่ภาครัฐในประเทศต่างๆ ใช้สนับสนุนผู้ประกอบการเข้าสู่ระบบ จะดำเนินการในช่วงบ่าย ต่อด้วย ช่วงที่ 3 การประชุมกลุ่มย่อยเพื่อเรียนรู้แนวทางที่เหมาะสมของอาเซียนในใน 3 ด้าน คือ สิ่งจูงใจ การใช้ดิจิทัลเพื่อส่งเสริม และกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง ปิดท้ายด้วย ช่วงที่ 4 ร่วมกันกำหนดแนวนโยบายที่เหมาะสมกับอาเซียนในการส่งเสริม SMEs เข้าสู่ระบบ 
     
     บทบาท สสว. เกี่ยวกับการประชุมอาเซียน  
    สสว. เป็นหนึ่งในหน่วยงานไทยที่ดำเนินกิจกรรมเพื่อสนับสนุนการเป็นประธาน (ASEAN Charimanship) การประชุมสุดยอดอาเซียน (ASEAN Summit) ครั้งที่ 35 เดือนพฤศจิกายน ปีนี้ โดยดำเนินการภายใต้หัวข้อหลัก (theme) “การส่งเสริมการใช้ดิจิทัลสำหรับผู้ประกอบการรายย่อยอาเซียน (Digitalization of ASEAN Micro Enterprises)”  
    บทบาทของ สสว. ภายใต้หัวข้อดังกล่าว มุ่งเน้นใน 2 ส่วน คือ (1) การใช้ดิจิทัลในการประกอบธุรกิจ (Digitalization) (issue) เนื่องจากในปัจจุบันดิจิทัลเป็นเครื่องมือหลักที่สำคัญในการประกอบธุรกิจอย่างไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ (2) การสนับสนุนผู้ประกอบการรายย่อย (Micro Enterprises) (target) ที่มีมากกว่า 2 ล้านราย ซึ่งนับรวมผู้ประกอบการรายใหม่ (start-up) ด้วย 

     



    จำนวนผู้ชม 118

    ข่าวอื่นๆ ในหมวด PR NEWS

    จ.ตาก ชวนช้อปสินค้าชายแดนภาคเหนือ 17 จังหวัด วันที่ 24 - 28 กค.นี้ ณ ห้างสรรพสินค้า โรบินสัน ไลฟ์สไตล์ แม่สอด

    สำนักงานพาณิชย์จังหวัดตาก ขอเชิญร่วม งานแสดง และจำหน่ายสินค้าชายแดนภาคเหนือ 17 จังหวัด จากภูมิ

    Mister Star Thailand 2019 ได้แก่ Mister Star พะเยา - ปฏิภาณ เสือมะกอก

    เรียกเสียงฮือฮาเร้าใจบนเวทีการประกวด MISTER STAR THAILAND 2019 เวทีหนุ่มหล่ออันดับ 1 ของเมืองไทย

    กสอ. โชว์ผลสำเร็จโครงการ The Basecamp บ่มเพาะผู้ประกอบการไทย 50 ราย สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 53 ล้านบาท

    กรุงเทพฯ 12 กรกฎาคม 2562 - กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) โชว์ผลสำเร็จโครงการส่งเสริมการใช้พื้นที่