กสอ. โชว์ผลสำเร็จโครงการ The Basecamp บ่มเพาะผู้ประกอบการไทย 50 ราย สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 53 ล้านบาท

  
   กรุงเทพฯ 12 กรกฎาคม 2562 -

   กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) โชว์ผลสำเร็จโครงการส่งเสริมการใช้พื้นที่ร่วมเพื่อสร้างธุรกิจใหม่ (Co-Working Space) หรือ โครงการ  The Basecamp ผลักดันระบบนิเวศเอื้อต่อการจัดตั้งธุรกิจส่งเสริมและยกระดับ Startup ไทย  บ่มเพาะผู้ประกอบการ 50 ราย ภายในระยะเวลา 6 เดือน จนสามารถพัฒนาธุรกิจ สร้างผลิตภัณฑ์ต้นแบบ ก่อให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจรวมกว่า 53 ล้านบาท ตอกย้ำส่งเสริมการใช้อุตสาหกรรม  สร้างผลิตภัณฑ์ต้นแบบ หรือ Prototype ได้สำเร็จ  

    นายกอบชัย สังสิทธิสวัสดิ์ อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กล่าวว่า การขับเคลื่อนประเทศให้ไปสู่ประเทศไทย 4.0 ตามแนวนโยบายและเป้าหมายของรัฐบาล นั้น วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) และวิสาหกิจเริ่มต้น (Startup) เป็นกลไกหนึ่งที่สำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ การพัฒนาทักษะ ด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีนวัตกรรมที่จะเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ให้สามารถสนองตอบความต้องการ ของผู้บริโภคได้เป็นสิ่งสำคัญมาก และเพื่อเป็นการเสริมสร้างรากฐานที่จำเป็นต่อการดำเนินธุรกิจ  กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) ได้เล็งเห็นความจำเป็นจึงสนับสนุนให้เกิดระบบนิเวศที่เอื้อต่อการเติบโต ของธุรกิจเกิดใหม่ โดยเฉพาะการส่งเสริมให้เกิดการใช้พื้นที่ร่วมเพื่อสร้างธุรกิจใหม่ (Co-Working Space)  ที่จะสร้างความเข้มแข็งให้กับกลุ่มคนรุ่นใหม่ ทายาทธุรกิจ กลุ่มนักประดิษฐ์ นักวิจัย และนักพัฒนานักออกแบบที่มีแนวคิดสร้างสรรค์รวมถึงกลุ่มวิสาหกิจเริ่มต้นให้ได้รับการพัฒนาให้เกิดแนวคิดในธุรกิจใหม่ เพื่อที่จะสามารถสร้างผลิตภัณฑ์ หรือ บริการใหม่ให้ตรงกับความต้องการของตลาดได้  

     “หลักสูตรการอบรมโครงการ The Basecamp นอกเหนือจากการส่งเสริมให้เกิด การใช้พื้นที่ร่วม หรือ Co-Working Space เพื่อพัฒนาธุรกิจแล้ว ยังมีหลักสูตรด้านพื้นฐานการสร้างแบรนด์ วิธีการนำเสนอแผน ธุรกิจกับแหล่งทุน การสร้างผลิตภัณฑ์ต้นแบบและหรือการออกแบบ 3D รวมทั้งพื้นฐานทางด้านการเงิน สำหรับเอสเอ็มอีและสตาร์ทอัพ การส่งเสริมด้านการสร้างสายสัมพันธ์ของผู้ประกอบการ เพื่อให้เกิดเครือข่ายทางธุรกิจ การออกแสดงสินค้าเพื่อทดสอบตลาดจริง รวมถึงการได้ทดลองนำเสนอ แผนธุรกิจให้กับแหล่งทุนอีกด้วย

    ผลจากการดำเนินงานตลอดระยะเวลา 6 เดือน มีผู้ประกอบการที่เข้าร่วมกิจกรรม จำนวน 50 ราย ได้รับการบ่มเพาะธุรกิจผ่านกิจกรรมต่าง ๆ จนสามารถพัฒนาธุรกิจ สร้างต้นแบบผลิตภัณฑ์ (Prototype) รวมถึงการเข้าถึงแหล่งเงินทุนทั้งในและต่างประเทศ คิดเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจ (มูลค่าทางธุรกิจ มูลค่าการจ้างงาน และมูลค่าการลงทุน) โดยรวมกว่า 53 ล้านบาท และมีผลตอบแทน เชิงเศรษฐศาสตร์ 1 : 13.25 เท่า ทั้งนี้ เชื่อมั่นว่าผู้ประกอบการอีกหลายรายในโครงการฯ จะสามารถพัฒนาตนเอง ต่อยอดธุรกิจสู่การเป็นผู้ประกอบการวิสาหกิจเริ่มต้นได้อย่างเข้มแข็งเช่นเดียวกัน”  นายกอบชัย กล่าว  

     สำหรับโครงการนี้ มีผู้สนใจสมัครเข้าร่วมกิจกรรม จำนวน 120 ราย และผ่านเกณฑ์ การคัดเลือก จำนวน 50 ราย ในการเข้าร่วมบ่มเพาะธุรกิจ โดยมีโค้ช หรือ ผู้เชี่ยวชาญจาก The World Startup Festival หน่วยงานจาก Silicon Valley ที่มีประสบการณ์ในด้านการสร้าง Startup ไปจนถึง การลงทุนกับ Startup มาให้ความรู้และถ่ายทอดประสบการณ์แก่ผู้เข้าร่วมกิจกรรมจนนำมาสู่พิธีมอบประกาศนียบัตรในวันนี้ นอกจากนี้ ยังมีการจัดแสดงผลงานผลิตภัณฑ์ต้นแบบ

    โดยมีผลงานที่น่าสนใจ  เช่น ผลิตภัณฑ์ Zading โปรตีนจิ้งหรีด อาหารแห่งอนาคต ผลงานของคุณภานุวัฒน์ โคตรโนนกอก  ที่นำจิ้งหรีดมาแปรรูปเป็นโปรตีนทดแทนหรือโปรตีนผง ส่งออกตลาดต่างประเทศ โดยเน้นจุดขาย ใช้จิ้งหรีดพันธุ์สะดิ้ง ซึ่งเป็นพันธุ์ที่มีโปรตีนสูงกว่าพันธุ์อื่น ๆ และเลี้ยงในระบบออแกนิค ซึ่งนอกจาก จิ้งหรีดผงแล้ว ยังเตรียมทำผลิตภัณฑ์จากจิ้งหรีดอื่น ๆ อีก เช่น เอนเนอจี้บาร์ เส้นขนมจีนอบแห้ง เป็นต้น รวมถึงผลงาน Medical Device ซึ่งเป็นเครื่องวิเคราะห์สไลด์แปบสเมียร์ ด้วยระบบเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligent หรือ AI) เพื่อคัดกรองเซลล์มะเร็งปากมดลูก ของคุณปริญญา  วัฒนนุกูลชัย และคุณสมาธิ บัวคอม ที่เป็นการพลิกโฉมกระบวนการตรวจมะเร็งปากมดลูกในประเทศไทย ให้รวดเร็วในเวลาไม่กี่วินาที จากวิธีปกติ ที่ต้องรอผลอย่างน้อย 3-5 วัน อีกทั้งยังมีราคาถูกกว่านำเข้าถึง  50 เท่า  

     นายกอบชัย ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า "ดำเนินโครงการ Basecamp มาปีนี้เป็นปีที่ 2 ผลงานเป็นที่น่าพอใจมาก  ในปี 2561 เรารับแค่ 60 ราย มีคณะกรรมการคัดเลือกเพื่อเข้าบ่มเพาะใน Basecamp เหลือ 12 ราย ได้ผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจถึง 38 ล้านบาทและปี2562นี้ 50 ราย เฟ้นเหลือ 5 รายเพื่อพาไปpitching  เพื่อพบปะนักธุรกิจที่มาร่วมทุน ได้ผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจ 53 ล้านบาท ในขณะที่ใช้งบประมาณดำเนินโครงการไม่มากเพียง 3-4 ล้านบาท

     ส่วนผู้ประกอบการที่ยังไม่ผ่านการคัดเลือก เรายังฟูมฟักยังดูแลอยู่ต่อไป โดยกรมส่งเสริมอุตสาหกรรมมุ่งให้เข้าหาตลาดโดยเติมนวัตกรรมเข้าไป เสริมการตลาดออนไลน์ อีคอมเมิร์ซ ซึ่งมีอีกหลายรายสามารถเพิ่มเติมขยายผลได้อยู่

    นอกจากนี้เรายังนำผลงานวิจัยของหน่วยงานวิจัยของรัฐและเอกชน เช่น วว. สวทช. อุทยานวิทยาศาสตร์มาขยายผลและจับคู่ธุรกิจ ซึ่งผลงานวิจัยทั้งหมดที่เราทำมาทั้งปีจะไปโชว์ที่งาน  “Thailand Industry Expo 2019” จัดโดยกระทรวงอุตสาหกรรม ระหว่าง วันที่ 17-21 กรกฎาคม 2562  อาคารชาเลนเจอร์ 2-3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี
ใครสนใจนำผลงานไปทำธุรกิจ สามารถเข้าชมกันได้และมีโครงการสัมมนามากมายสำหรับคนสนทำธุรกิจ

    ทั้งนี้กรมส่งเสริมอุตสาหกรรมมี 70-80 โครงการต่อปี เพื่อส่งเสริมผู้ประกอบการเริ่มต้น ในขณะนี้มีสื่อมวลชนจำนวนมากสนใจมาสมัครร่วมอบรม เช่น ฟู้ดทรัค ที่สมัครมาเป็นจำนวนนับหมื่นคน โดยด้านนี้เราพัฒนาเริ่มจาก 200 ราย ช่วงกว่า 1 ปีมีเกือบ 2,000 รายแล้ว  คนทำงานประจำมาก็สนใจมาทำพิเศษช่วงวันหยุดมีรายได้เดือนละประมาณ 4,000-5,000 บาทต่อวันต่อคืน ซึ่งทางกรมฯมีพันธมิตร ได้แก่ บริษัทสยามออโต้ อีเวนท์คาร์ ผลิตรถฟู้ดทรัค สำหรับให้เช่าแก่สตาร์ทอัพฟู้ดทรัคด้วยเป็นรายวันและรายเดือน สำหรับผู้ต้องการทดลองทำ

     กรมส่งเสริมอุตสาหกรรมได้มีการอบรมสตาร์ทอัพให้เกี่ยวกับ คน ทัวร์ รถ ตลาด ผู้ต้องการทุนเรามีสินเชื่อให้กู้ได้ ในวงเงิน 500,000 บาท ดอกเบี้ยถูก 4% ซึ่งปัจจุบันมีผู้สนใจเข้าอบรมเป็นจำนวนมาก 

 



จำนวนผู้ชม 154

ข่าวอื่นๆ ในหมวด PR NEWS

ปั้น ”แก่งคอยสมาร์ทซิตี้” ดึงภาครัฐ-เอกชน-ประชาชนมีส่วนร่วม

“สระบุรี” ผนึก สกสว.-นิด้า-สจล. ร่วมวิจัยออกแบบแผนพัฒนาพื้นที่ชุมชนเมืองเก่ายกระดับตล

1 ปี 1 ครั้ง...งานฮาลาลที่ดีที่สุด ยิ่งใหญ่กว่าใครในประเทศไทย !! “Thailand Halal Assembly 2019” งานประชุมวิชาการและงานแสดงสินค้าฮาลาลนานาชาติ ปีที่ 6

ศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (ศวฮ.) ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเท