ครู มีเฮ !! รมว.ศธ.พร้อมต่อยอดนโยบาย "คูปองครู" อ้าแขนรับข้อเสนอ...สมาพันธ์หน่วยพัฒนาครูแห่งประเทศไทย

 

วันศุกร์ ที่ 6 กันยายน 2562 เวลา 14.00น.

ณ ห้องประชุมราชวัลลภ กระทรวงศึกษาธิการ

    นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้นัดหมายกับ ดร.สุรัตน์ ยุทธเสรี ประธานสมาพันธ์หน่วยพัฒนาครูแห่งประเทศไทย นำคณะกรรมการบริหาร และที่ปรึกษา จำนวน 17 คน เข้าพบเพื่อร่วมปรึกษาหารือในการดำเนินโครงการพัฒนาครูรูปแบบครบวงจร หรือ “คูปองครู” ในปีงบประมาณ 2562 - 2563 ต่อเนื่องจากปี 2560 – 2561 ที่ประสบความสำเร็จเป็นผลงานดีเด่นชิ้นโบว์แดงของรัฐบาล พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ชุดที่แล้ว และมีผลการประเมินความพึงพอใจของครูเป็นที่น่าพึงพอใจอย่างยิ่ง

คูปองครู....สู่ผู้เรียน

ดร.สุรัตน์ ยุทธเสรี ประธานสมาพันธ์หน่วยพัฒนาครูแห่งประเทศไทย

    ดร.สุรัตน์ ยุทธเสรี ประธานสมาพันธ์ฯ ได้กล่าวนำว่า สมาพันธ์ฯ ได้ก่อตั้งขึ้น เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2562 ณ โรงแรมเอเชีย เพื่อรวมพลังหน่วยพัฒนาครูที่จดทะเบียนกับสถาบันคุรุพัฒนา ที่เป็นสถาบันการศึกษา นิติบุคคล และหน่วยงานราชการ ประมาณ 100 หน่วย โดยมีวัตถุประสงค์หลัก

   เพื่อยกระดับคุณภาพการพัฒนาครู สู่การยกระดับคุณภาพของผู้เรียน ในโครงการพัฒนาครูรูปแบบครบวงจร หรือ “คูปองครู” สมาพันธ์จึงเป็นพันธมิตรที่ดีของกระทรวงศึกษาธิการ ในการร่วมพัฒนาครู สู่การพัฒนาผู้เรียน ภายใต้แนวคิด “คูปองครู สู่ผู้เรียน” ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ

    ผศ.ดร.ฉัตรแก้ว ใจงาม ที่ปรึกษาสมาพันธ์ฯ กล่าวถึงความ “เป็นมา” ของโครงการพัฒนาครูรูปแบบครบวงจรว่า ได้รับแรงบันดาลใจจากกระแสรับสั่งของในหลวงรัชกาลที่ 9 ว่า “ครูที่ดี สอนดี นักเรียนเก่ง ต้องได้รับรางวัลตอบแทนที่เสมอภาคเท่าเทียมกัน” จึงเกิดระบบการอบรมพัฒนาครู เพื่อสร้างครูเก่งไปสอนผู้เรียนให้เก่ง ไปสู่การเลื่อนวิทยฐานะ ตาม ว.21/60 โดยเฉพาะ “ครูชำนาญการพิเศษ” ได้รับการอนุมัติที่โรงเรียน ทำให้ประหยัดงบประมาณลงถึง 10 เท่า ได้พัฒนาครูปีละกว่าสองแสนคน นำไปสู่การพัฒนาผู้เรียน จำนวนกว่า 2 ล้านคน

    อาจารย์วนิดา จันทร์วงค์ ตัวแทนหน่วยพัฒนาครู ได้นำเสนอสิ่งที่ “เป็นอยู่” ของคูปองครูด้วยข้อมูลเชิงประจักษ์ที่เชื่อถือได้ โดยเปรียบเทียบระหว่างการพัฒนาครูแบบเดิม และแบบใหม่ การทำผลงานเพื่อเลื่อนวิทยฐานะแบบ ว. 17 และแบบ ว21/ 2560

    อาจารย์ปัญญา ทรงเสรีย์ เลขาธิการสมาพันธ์ กล่าวว่า “มาวันนี้มิได้เพื่อเรียกร้องให้ รัฐมนตรีช่วยสมาพันธ์ หรือช่วยครู แต่ขอให้ท่านช่วยสร้างอนาคตที่ดีให้แก่ผู้เรียน ที่เป็นปลายทางแห่งกระแสธารการศึกษาไทย ดังคำขวัญที่ว่า “คูปองครู สู่ผู้เรียน” ด้วยการรักษาระบบที่ดีไว้มิให้ถูกทำลาย ท่านจะเป็นความหวังของพ่อแม่ผู้ปกครอง และประชาชน เพราะท่านมาจากประชาชน โดยมีข้อเสนอแนะดังนี้

   1) ขอให้โครงการดำเนินต่อไปในปี 2562-2563 โดยอนุมัติงบประมาณรองรับ จัดอบรมอย่างต่อเนื่อง 1 ต.ค. 62 - 31 ส.ค. 63 แล้วจึงประเมินผล อย่าทำอะไรครึ่ง ๆ กลาง ๆ เหมือนที่ผ่านมา

   2) ใช้กระบวนการพัฒนาด้วยหน่วยพัฒนาจากทุกภาคส่วนของสังคม อย่าให้ครู และผู้เรียนพลาดโอกาสที่จะได้รับสิ่งใหม่ ๆ จากสังคมโลก

   3) ดำเนินการวิจัยและพัฒนาโครงการ ต่อยอดไปสู่ความยั่งยืน ปรับปรุงแก้ไข กฎ ระเบียบ ภาระงานที่ยุ่งยากและเป็นอุปสรรคต่อโครงการ

   4) เสนอให้ปฏิบัติตาม พ.ร.บ.การศึกษาฯ 2542 มาตรา 52 จัดตั้งกองทุนพัฒนาครู คณาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษา โดยจัดตั้งองค์กรอิสระและอนุมัติกองทุนพร้อมทั้งบริหารกองทุนให้สามารถสนับสนุนโครงการได้ต่อเนื่อง โดยไม่ต้องตั้งงบประมาณประจำปีอีกต่อไป

 คูปองครู...สู่ผู้เรียน  สอดคล้องกับนโยบายของท่าน รมว.ศธ.สุดท้ายต้องถึงนักเรียน

   ท่าน รมว.ศธ. ให้การต้อนรับการมาเยือนของสมาพันธ์ด้วยอัธยาศัยไมตรี เนื่องจากแนวคิดที่ว่า  “คูปองครู สู่ผู้เรียน” นั้นมีความสอดคล้องตรงกัน ท่านให้ความสำคัญของการพัฒนาครูที่มุ่งเน้นคุณภาพ ประสิทธิภาพ และคุ้มค่า ตัวชี้วัดต้องถึงเด็กและเยาวชน การพัฒนาครูต้อง "จับต้องได้" อบรมกูเกิลแอฟ...แล้วไง...ต้องไปถึงเด็กอย่างคุ้มค่า หลักสูตรที่อบรม ต้องมีเป้าหมายชัด จัดเป็นหมวดหมู่ มีระดับการพัฒนา จาก 1 เป็น 2 และเป็น 3 สุดท้ายต้องไปถึงเด็ก

ยึดหลัก วิน...วิน...  ผู้เรียนต้องได้ประโยชน์สูงสูด

   ท่าน รมว.ศธ. กล่าวอย่างหนักแน่นว่า “ผมจะปกป้องเงินภาษีอากรของประชาชน ดังนั้นการจัดอบรมต้องคุ้มค่า การจัดต้องได้ประสิทธิภาพ มุ่งเน้นไปที่ส่วนภูมิภาค ครูไม่ต้องเดินทางไกล ใช้ทรัพยากรในโรงเรียน เช่น ใช้หอประชุม เป็นต้น โครงการนี้ ผมเปิดประตูกว้าง และยึดหลัก “วิน วิน วิน” พวกท่าน “วิน” กระทรวง “วิน” และ เด็กต้อง “วิน” คือ ผู้เรียนต้องได้รับประโยชน์สูงสุด”

   สุดท้าย ท่านรมว.ศธ. จะนำข้อเสนอแนะนี้ไปพิจารณาอย่างรอบคอบ โดยให้ที่ปรึกษาดูงบประมาณที่จะจัดอบรมในเดือนตุลาคม 2562 แต่ต้องสอดคล้องกับแนวนโยบายที่กล่าวมาแล้ว และหวังว่าสมาพันธ์คงจะได้ร่วมมือกับกระทรวงศึกษาธิการ ในการช่วยยกระดับคุณภาพการศึกษาในโอกาสต่อไป

    อาจารย์ณัฐพัชร์ อุบลรัตน์ รองประธานสมาพันธ์ฯ กล่าวชื่นชมรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการว่า “ดีใจที่ท่านให้ความสำคัญของการปราบคอร์รัปชัน แนวคิด “วิน” กับ “วิน” ที่จะสร้างความเป็นธรรมในระบบคูปองครู และมุ่งสู่ “ชัยชนะของผู้เรียน” และสุดท้าย คือ การเสริมสร้างคุณธรรมให้กับเด็กและเยาวชน “ผมมาทำคูปองครู เพื่อหาเงินไปรณรงค์ปลูกต้นไม้ 5 ล้านต้น ตามที่ผมฝันไว้” เสียงหล่อๆของอาจารย์หนุ่มผู้ที่มีแต่ให้

คูปองครู.... ชัยชนะของผู้เรียน

    ดร.สุรัตน์ ยุทธเสรี ประธานสมาพันธ์ฯ “รู้สึกเป็นเกียรติ และชื่นชมแนวนโยบายการพัฒนาต่อยอดการพัฒนาครูของท่านรมว.ศธ. ขอส่งกำลังใจให้ครูทั้งประเทศกว่าสี่แสนคนที่กำลังรอฟังข่าวดี และภูมิใจมากที่ท่านเห็นตรงกันว่า “คูปองครู สู่ผู้เรียน” ผู้เรียนต้องได้ประโยชน์สูงสุด ซึ่งผมจะได้ประสานงานกับท่านเลขารัฐมนตรี ดร.ไกรเสริม โตทับเที่ยง ต่อไป

   สมาพันธ์หน่วยพัฒนาครูแห่งประเทศไทย พร้อมจะทำหน้าที่ยกระดับคุณภาพการพัฒนาครู สู่การยกระดับคุณภาพของผู้เรียน ในโครงการพัฒนาครูรูปแบบครบวงจร หรือ

 คูปองครู ... สู่...ผู้เรียน  

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ shorturl.at/fmQW4  



จำนวนผู้ชม 2276

ข่าวอื่นๆ ในหมวด PR NEWS

1 ปี 1 ครั้ง...งานฮาลาลที่ดีที่สุด ยิ่งใหญ่กว่าใครในประเทศไทย !! “Thailand Halal Assembly 2019” งานประชุมวิชาการและงานแสดงสินค้าฮาลาลนานาชาติ ปีที่ 6

ศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (ศวฮ.) ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเท