โครงการ “พลังคนสร้างสรรค์โลก รวมพลังตามรอยพ่อของแผ่นดิน” ปีที่ 5 The Power of Human Energy: A Journey Inspired by the King Year 5

 

ที่มาและวัตถุประสงค์ของโครงการฯ

              โครงการ พลังคนสร้างสรรค์โลก รวมพลังตามรอยพ่อของแผ่นดิน  ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2556  โดยได้รับแรงบันดาลใจจากกระแสพระราชดำรัสใน พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ทรงห่วงใยต่อปัญหาน้ำท่วมและภัยแล้งบริเวณลุ่มน้ำป่าสัก บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด จึงได้ผนึกกำลังกับสถาบันเศรษฐกิจพอเพียง มูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ และภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ได้แก่ ภาคราชการ ภาควิชาการ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และสื่อมวลชน เพื่อรณรงค์ให้ความรู้และสร้างความตระหนักแก่ประชาชน  ถึงความสำคัญในการฟื้นฟูและพัฒนาลุ่มน้ำป่าสัก ด้วยแนวทางศาสตร์พระราชาทั้งในเรื่องของหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และเกษตรทฤษฎีใหม่ ภายใต้แนวคิดโคก หนอง นา โมเดล ตามลักษณะภูมิสังคม และภูมิปัญญาท้องถิ่น เพื่อการแก้ปัญหา  หยุดท่วม-หยุดแล้งในลุ่มน้ำป่าสักอย่างยั่งยืน  ทั้งมุ่งหวังให้ลุ่มน้ำป่าสักเป็น ต้นแบบ ในการจัดการดิน น้ำ ป่า ให้เกิดการขยายผลไปยังลุ่มน้ำต่างๆ ทั่วประเทศ

ทั้งนี้ ตลอด 4 ปีที่ผ่านมา (พ.ศ.2556-2559) โครงการฯ ได้ประสบผลสำเร็จในการขยายจำนวน “คน” และ “เครือข่าย” ที่นำศาสตร์พระราชาและภูมิปัญญาท้องถิ่นมาสู่การปฏิบัติจริง ทั้งในพื้นที่ลุ่มแม่น้ำป่าสัก และขยายไปสู่พื้นที่นอกลุ่มน้ำป่าสักด้วย ผ่านกิจกรรมรณรงค์และการประชาสัมพันธ์กิจกรรมเชิงปฏิบัติการในรูปแบบต่างๆ อย่างต่อเนื่อง ตามแนวทางหรือพลวัตรในการขับเคลื่อน คือ สร้างคน-สร้างเครือข่าย-สู่การสร้างศูนย์เรียนรู้

ทั้งนี้ การดำเนินโครงการฯ สอดคล้องกับกรอบการดำเนินงานฟื้นฟูลุ่มแม่น้ำป่าสัก 9 ปี ซึ่งแบ่งการทำงานออกเป็น 3 ระยะ ดังต่อไปนี้

 แนวทางในการดำเนินการในปีที่ 5

              ก้าวสู่การดำเนินโครงการฯ ปีที่ 5 ในปี พ.ศ. 2560 นี้ ซึ่งเป็นระยะที่ 2 ของแผนหลัก 9 ปี คือ ระยะ “แตกตัว” โดยเน้นการขยายผลในระดับทวีคูณ ด้วยการ สร้างคน สร้างครู หรือ “คนต้นแบบ” และสร้างเครื่องมือในการยกระดับ ศูนย์เรียนรู้สู่การศึกษาตลอดชีวิตด้วยโครงสร้าง “บวร” (บ้าน+วัด+โรงเรียน) โครงการฯ ในปีนี้ จึงดำเนินงานภายใต้แนวคิดหลัก “แตกตัวทั่วไทย เอามื้อสามัคคี” โดยนำภารกิจการเอามื้อสามัคคี หรือ การลงแขกช่วยเหลือกันในพื้นที่ต่างๆ ซึ่งเป็นประเพณีดั้งเดิมของคนไทยมาเป็นกลวิธีในการขับเคลื่อน โดยมีเป้าหมายเพื่อถ่ายทอดเรื่องราวตัวอย่างความสำเร็จของเครือข่าย หรือ “คนต้นแบบ” ในลุ่มน้ำต่างๆ ที่มีสภาพภูมิสังคมที่แตกต่างกันเพื่อสร้างแรงบันดาลใจสู่สาธารณชนทั่วประเทศ  ในการเดินตามรอยพ่อ สานต่อศาสตร์พระราชาและภูมิปัญญาท้องถิ่นต่อไปไม่สิ้นสุด      

พื้นที่เป้าหมายของการจัดกิจกรรม “เอามื้อสามัคคี” 4 พื้นที่ คือ

  • กิจกรรมเอามื้อสามัคคีครั้งที่ 1 : แปลงเกษตรสาธิตของคณะเทคโนโลยีการเกษตร สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง หรือ สจล.

ระยะเวลา : 9 มิถุนายน 2560

แนวคิด : PLAY+LEARN= เพลิน AREA  โดยสร้างต้นแบบโคก หนอง นา ในเมืองเพื่อสร้างแหล่งเรียนรู้สำหรับการทำเกษตรในเมืองตามศาสตร์พระราชาแก่ประชาชน

กิจกรรมเอามื้อสามัคคี : การทำนาดำเพื่อปรับปรุงคุณภาพดิน ปั้นหัวคันนาทองคำ การปลูกแฝก  การปลูกป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง การเพาะกล้าไม้ การทำแปลงผักปลอดสารพิษ การทำระเบิดจุลินทรีย์ การทำปุ๋ย ขุดคลองไส้ไก่บนโคกเพื่อระบายน้ำ

 

  • กิจกรรมเอามื้อสามัคคีครั้งที่ 2 : ไร่สุขกลางใจของ อ.สุขะชัย ศุภศิริ ต.ป่าหวาย อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี 

ระยะเวลา: ระหว่างวันที่ 19-20 สิงหาคม 2560

แนวคิด : “คนเบื่อเมือง สู่วิถีกสิกรรมธรรมชาติ” ด้วยกลุ่มลุ่มน้ำแม่กลองจะเป็นคนที่ทำมาหากินอยู่ในเมืองใหญ่เป็นส่วนใหญ่ และเพราะไม่มีพื้นฐานการเกษตรกันมาก่อน การรวมกลุ่มกันจึงมีประโยชน์ต่อกลุ่มลุ่มน้ำแม่กลองมาก เพราะทำให้เข้าใจปัญหาของพวกเขากันเอง ซึ่งจะแตกต่างจากผู้ที่เป็นเกษตรกรอาชีพ ความตั้งใจของอ.สุขะชัย คือ การสร้างศูนย์เรียนรู้ชีวิตให้กับชาวบ้านและเด็กๆ ในชุมชน และจะขอเป็นครูตลอดชีวิตทั้งในและนอกห้องเรียน

กิจกรรมเอามื้อสามัคคี: การทำนาธรรมชาติ ตั้งแต่การหมักดองดิน การทำร่องน้ำในนาข้าว การตกกล้า ดำนา ลงกล้านาโยน การปั้นหัวคันนาทองคำ รวมทั้งการเพิ่มความสมบูรณ์ให้พื้นที่ด้วยธนาคารกล้าไม้ การปลูกป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง การทำน้ำหมัก 7 รสทางการเกษตร

กิจกรรมพิเศษ: จัดให้มีการปั่นจักรยานรณรงค์ ซึ่งหากได้ติดตามโครงการฯมาตั้งแต่ปีแรกจะเห็นว่า โครงการฯจัดให้มีการปั่นจักรยานรณรงค์เป็นประจำทุกปี เพื่อสร้างแรงบันดาลใจสู่การเรียนรู้วิถีพอเพียงตามรอยพ่อ ในครั้งนี้มีเครือข่ายนักปั่นมาร่วมแสดงพลังกว่า 200 คน ได้ปั่นตามเส้นทางโดยเริ่มจากกองพลพัฒนาที่ 1 ค่าย ศรีสุริยวงศ์ อ.เมือง จ.ราชบุรี ไปจนถึงไร่สุขกลางใจ อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี รวมระยะทาง 79 กิโลเมตร

       กิจกรรมเอามื้อสามัคคีครั้งที่ 3 : พื้นที่เกษตรของนายแสวง ศรีธรรมบุตร บ้านนาเรียง อ.ศรีธาตุ จ.อุดรธานี และพื้นที่ชองกลุ่มคริสตจักรนาเรียง

ระยะเวลา: ระหว่างวันที่ 7-8 ตุลาคม 2560

แนวคิด: “การสร้างต้นแบบชาวบ้าน สู่ความร่วมมือ 7 ภาคี ด้วยพลังเอามื้อสามัคคี” ซึ่งกลุ่มคริสตจักรนาเรียงมีความเข้มแข็งร่วมกันต่อสู้กับความแห้งแล้งของธรรมชาติด้วยศาสตร์พระราชาในการจัดการน้ำ จนทำให้พื้นที่ติดๆกันทุกแปลงกลายเป็นพื้นที่เกษตรที่เขียวชอุ่มอุดมสมบูรณ์ และเป็นการขับเคลื่อนโครงการฯสู่ลุ่มน้ำชี

กิจกรรมเอามื้อสามัคคี : จัดขึ้นใน 2 พื้นที่คือ พื้นที่ของนายแสวง ศรีธรรมบุตร จัดให้มีการปลูกป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง การปลูกแฝก การหยอดเมล็ดถั่วเขียว และการปลูกดาวเรือง และพื้นที่ของกลุ่มคริสตจักรนาเรียง จัดให้มีการทำฝายคันกั้นน้ำคลองประชารัฐ ซ่อมคันกั้นน้ำที่พังทลาย และทำแซนวิชปลา

      กิจกรรมเอามื้อสามัคคีครั้งที่ 4 : ศูนย์ปฏิบัติการเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชดำริ (บวร) วัดพระบรมธาตุดอยผาส้ม บ.อมลอง ต.แม่สาบ อ.สะเมิง จ.เชียงใหม่ ซึ่งเป็นตัวอย่างความสำเร็จเป็นรูปธรรมด้วยหลัก “บวร. (บ้าน วัด โรงเรียน)” อย่างชัดเจน โดยมีวัดเป็นศูนย์กลาง ตามด้วยชุมชน โรงเรียน และราชการ ในการปกป้องและรักษาป่าต้นน้ำ การแก้ปัญหาไฟป่า การแก้ปัญหาหนี้สิน การศึกษาแบบโฮมสคูล (Homeschool) ฯลฯ ที่ทำให้ชุมชนสามารถพึ่งพาตนเองได้ และเรียนรู้อยู่กับป่าได้บนวิถีของความพอเพียง โดยศูนย์ฯแห่งนี้ ยังสามารถดำเนินงานด้วยทฤษฎีบันได 9 ขั้นสู่ความพอเพียงจนประสบความสำเร็จ

ระยะเวลา: ระหว่างวันที่ 4-5 พฤศจิกายน  2560
แนวคิด: “การต่อยอดสร้างพื้นที่ต้นแบบหลุมขนมครกบนพื้นที่สูง คนอยู่  ป่ายัง อย่างยั่งยืน” โดยจัดกิจกรรมเอามื้อสามัคคีขึ้นที่ห้วยป่ากล้วย ด้วยการสร้างต้นแบบหลุมขนมครกบนพื้นที่สูง เพื่อให้ความรู้แก่ชาวเขาในการปรับเปลี่ยนวิถีการเกษตรแบบไร่หมุนเวียน สู่การทำการเกษตรผสมผสานแปลงเดียว เพื่อให้คนกับป่าอยู่ร่วมกันได้อย่างยั่งยืน และแก้ปัญหาการรุกล้ำพื้นที่ป่า

กิจกรรมเอามื้อสามัคคี: การปั้นหัวคันนาทองคำ การปลูกป่า 3อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง การปลูกแฝก การทำนาบนภูเขา การทำฝายชะลอน้ำ การขุดคลองไส้ไก่ การทำแปลงปลูกผักเชียงดาอินทรีย์

กิจกรรมพิเศษ: พระวีระยุทธ์ อภิวีโร (ครูบาจ๊อก) วัดพระบรมธาตุดอยผาส้ม พระนักพัฒนา นำทัศนศึกษา ป่าต้นน้ำ ฝายชะลอน้ำ โรงสีข้าว โรงกระเทียม โรงกาแฟ และโรงปุ๋ย ซึ่งเป็นโรงงานแปรรูปผลิตผลทางการเกษตรอย่างครบวงจร

รูปแบบการดำเนินงานในโครงการ “พลังคนสร้างสรรค์โลก รวมพลังตามรอยพ่อของแผ่นดิน” ปีที่ 1-4

ปีที่  1 พ.ศ.2556 - “เดิน-วิ่ง-ปั่น ตามรอยพ่อ”

              ปฏิบัติบูชาสร้างหลุมขนมครกในรูปแบบ “โคก หนอง นา โมเดล”  หยุดท่วม-หยุดแล้งอย่างยั่งยืน โดยนำคนมีใจลงมือปฏิบัติในพื้นที่วิกฤตท่วม-แล้งในลุ่มแม่น้ำป่าสัก และสร้างต้นแบบที่จังหวัดสระบุรี

ปีที่ 2  พ.ศ.2557 - “เดินหน้าต่อ ตามรอยพ่อของแผ่นดิน”

              ปฏิบัติบูชาสร้างหลุมขนมครกในรูปแบบ “เปลี่ยนเขาหัวโล้นเป็นเขาหัวจุก”  ฟื้นฟูและพัฒนาลุ่มน้ำ ป่าสัก โดยสร้างต้นแบบที่จังหวัดเพชรบูรณ์

ปีที่ 3  พ.ศ.2558 - “เดินหน้าต่อ ตามรอยพ่อของแผ่นดิน”

              “สร้างหลุมขนมครกในรูปแบบของคุณ ออกแบบตามภูมิสังคม”  ทั้งคนต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ ไม่ว่าพื้นที่จะมีลักษณะอย่างไรก็สามารถมีหลุมขนมครกในแบบตนเอง นอกจากนี้ยังได้สร้างความตระหนักรู้ ถึงความสำคัญในการอนุรักษ์ “ป่าซับลังกา” ป่าสมบูรณ์ผืนสุดท้ายในเขตภาคกลาง อันเป็นแหล่งต้นกำเนิด ของลุ่มแม่น้ำป่าสักอีกแหล่งหนึ่ง และสร้างต้นแบบนอกลุ่มน้ำที่จังหวัดสุรินทร์

ปีที่ 4  พ.ศ.2559 - “คน เครือข่ายร่วมสร้าง ป่าสักโมเดล”

              ร่วมสร้าง ”ศูนย์การเรียนรู้ด้านการบริหารจัดการน้ำตามศาสตร์พระราชาและภูมิปัญญาท้องถิ่น ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย” ภายใต้ชื่อ “ป่าสักโมเดล” ในพื้นที่ 600 ไร่ของห้วยกระแทก หน่วยบัญชาการ สงครามพิเศษ ศูนย์สงครามพิเศษ(ค่ายเอราวัณ) จังหวัดลพบุรี โดยรวมองค์ความรู้และตัวอย่างการจัดการน้ำ ในภูมิสังคมที่แตกต่างทั้งใน พื้นที่ราบและพื้นที่สูงมาจำลองเป็น “นิทรรศการมีชีวิต” เพื่อสร้าง “คน” ที่จะขยายผลศาสตร์พระราชาในพื้นที่อื่นๆต่อไป

ขอบคุณภาพ  :  เพจ พลังคนสร้างสรรค์โลก รวมพลังตามรอยพ่อของแผ่นดิน



จำนวนผู้ชม 2713

ข่าวอื่นๆ ในหมวด PR NEWS

“เอด้า ชุณหวชิร” สาวน้อยมหัศจรรย์ พลังเสียงระดับโลก ทูตยุวชนสเปเชียลโอลิมปิคไทย

หลังจากที่สมาคมกีฬาสเปเชียลโอลิมปิคไทย ได้เผยแพร่ MV ผลงานเพลง From the Heart หรือชื่อภาษาไทย

ททท. กรุงเทพฯ จัดกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงเกษตร พร้อมทำ CSR ปทุมธานี-นนทบุรี

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย นำโดย คุณจุไรรัตน์ ชัยทวีทรัพย์ รองผู้อำนวยการ การท่องเที่ยวแห่งประเท